สมัยที่ ๑๗ พ.ศ.๒๕๓๒ - ๒๕๓๔ นางเรือนแก้ว กุยยกานนท์ แบรนด์ท
เขียนโดย Administrator
วันพฤหัสบดีที่ 04 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 17:06 น.
นางเรือนแก้ว กุยยกานนท์ แบรนด์ท ได้รับเลือกเป็นประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ สมัยที่ ๑๗
ด้วยคำขวัญ "สู่ทศวรรษใหม่อย่างพร้อมสรรพด้วยคุณธรรม สามัคคี วิทยาการ"
ผลงานสำคัญ มีดังนี้
- ปรับปรุงและแก้ไขธรรมนูญ (มติที่ประชุมใหญ่เมื่อ ๘ มิถุนายน ๒๕๓๔)
- จัดร่างแผนปฏิบัติงานระยะยาวของสภาสตรีแห่งชาติฯ
- จัดระบบการบริหาร และการปฏิบัติงาน เพื่อความชัดเจนและลดความซ้ำซ้อนในการปฏิบัติงาน ได้มีการเขียนแผนภูมิขึ้นตามสาระสำคัญในธรรมนูญ
- จัดร่างพระราชบัญญัติสภาสตรีแห่งชาติ
- จัดตั้งมูลนิธิ เพื่อสนับสนุนค่าใช้จ่ายสำนักงานของสภาสตรีแห่งชาติฯ และประกอบกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์
- ฟื้นฟูและประสานสัมพันธไมตรีกับสถาบันอื่นๆ เพื่อหาแนวร่วมในการเผยแพร่งานพัฒนาสตรี ได้แก่ สภาสังคมสงเคราะห์ สมาคมแม่บ้านทหารบก สมาคมแม่บ้านทหารอากาศ สมาคมภริยาทหารเรือ สมาคมแม่บ้านตำรวจ เป็นต้น
- จัดสรรทุนสนับสนุนสมาชิก จัดหาทุนดำเนินงานในสภาสตรีแห่งชาติฯ ประมาณ ๒๐ ล้านบาท เพื่อสนับสนุนโครงการ ๓๐ โครงการใน ๒๗ จังหวัด
- จัดเดินเทิดพระเกียรติ และหาทุนทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เนื่องในวาระเจริญพระชนมายุ ๙๐ พรรษา
- จัดเดินเทิดพระเกียรติ และหาทุนทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีในวาระเจริญพระชนมายุ ๓๖ พรรษา
- จัดหาทุนโดยเสด็จพระราชกุศล สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ สมทบทุนมูลนิธิสืบ นาคะเสถียร ร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรีและกรมป่าไม้ ได้ทุนประมาณ ๒๔ ล้านบาท
- เป็นเจ้าภาพประชุมใหญ่ครั้งที่ ๔ ให้กับสหพันธ์สตรีอาเซียน ณ โรงแรมแอมบาสซาเดอร์ เป็นวาระที่ประธานสภาสตรีแห่งชาติฯ ดำรงตำแหน่ง ประธานของ ACWO
- เป็นเจ้าภาพจัดประชุมใหญ่ครั้งที่ ๒๖ ให้สภาสตรีระหว่างประเทศ
- จัดเสนอรายชื่อกรรมการเพื่อรับรางวัลในโอกาสต่างๆ เช่น นักสังคมสงเคราะห์ดีเด่น แม่ดีเด่น และรับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างๆ ทุกครั้งตามความเหมาะสม
- จัดทำป้ายชื่อภาษาอังกฤษ หน้าประตูบ้านมนังคศิลา The National Council of Woman of Thailand under the Royal Patronage of Her Majesty the Queen
- ช่วยผลักดันให้รัฐบาลตั้งคณะกรรมการ กสส. เป็นการถาวรโดยสังกัดสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี แทนสังกัดสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี
- เผยแพร่บทบาทของสตรีไทยและองค์กรเอกชน เช่น สภาสตรีแห่งชาติฯ ให้เป็นที่เด่นชัดทั้งในระดับชาติ และระดับนานาชาติ
- ช่วยรณรงค์ให้รัฐบาลเซ็นอนุสัญญาว่าด้วยการขจัดการการเลือกปฏิบัติต่อสตรีในทุกรูปแบบ และยกเลิกข้อสงวนทั้ง ๗ ข้อ (บัดนี้ได้ยกเลิกไปแล้ว ๕ ข้อ)
- ร่วมในการรณรงค์ให้รัฐบาลแต่งตั้งสตรีให้ดำรงตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงในหน่วยงานราชการมากขึ้น
- เสนอ กสส. ให้รับวันที่ ๘ มีนาคม เป็นวันสตรีสากล






