๑๔๙. สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดงาน "วันสตรีไทย ประจำปี ๒๕๖๙" ภายใต้แนวคิด “แม่หลวงของแผ่นดิน สถิตถิ่นทิพย์วิมาน สตรีไทยตั้งปณิธาน สานต่องานศิลป์แผ่นดิน”
๐๒ สิงหาคม ๒๕๖๙

วันที่ ๑ สิงหาคม ๒๕๖๙ เวลา ๑๖.๐๐ น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน วันสตรีไทย ประจำปี ๒๕๖๙ ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี จังหวัดนนทบุรี พร้อมทั้งพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติแก่สตรีไทยดีเด่น จำนวน ๑๕๖ ราย และพระราชทานเกียรติบัตรแก่เยาวสตรีไทยดีเด่น จำนวน ๑๕ ราย จากทั่วประเทศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แก่สตรีไทยและสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดงานวันสตรีไทย ประจำปี ๒๕๖๙ เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้วันที่ ๑ สิงหาคมของทุกปี เป็น วันสตรีไทย พร้อมทั้งพระราชทานแนวพระราชดำริเกี่ยวกับหน้าที่สำคัญของสตรีไทย ๔ ประการ ได้แก่ พึงทำหน้าที่ของแม่ให้สมบูรณ์ พึงทำหน้าที่ของแม่บ้านให้สมบูรณ์ พึงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นสตรีไทย และพึงฝึกฝนตนเองให้มีความรู้ความสามารถยิ่งขึ้น อันเป็นหลักยึดในการดำรงตนและการพัฒนาศักยภาพของสตรีไทยมาอย่างต่อเนื่อง

การจัดงานในปีนี้ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๒๘ กรกฎาคม ๒๕๖๙ และเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ รอบ ๓ มิถุนายน ๒๕๖๙ พร้อมตอกย้ำบทบาทของสตรีไทยในฐานะพลังสำคัญของประเทศ ทั้งในด้านการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม การพัฒนาเศรษฐกิจ และการร่วมขับเคลื่อนสังคมสู่ความยั่งยืน

นางลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ กล่าวว่า การจัดงานวันสตรีไทย ประจำปี ๒๕๖๙ นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน นำความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณมาสู่คณะกรรมการ สมาชิกองค์กรสตรี และสตรีไทยทั่วประเทศ

หนึ่งในภารกิจสำคัญที่สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง คือ การพิจารณาคัดเลือก สตรีไทยดีเด่น และ เยาวสตรีไทยดีเด่น เพื่อยกย่องผู้มีความรู้ ความสามารถ ความประพฤติดี และสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและสังคม อันเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สตรีและเยาวชนไทย โดยในปีนี้มีผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นสตรีไทยดีเด่น จำนวน ๑๕๖ ราย และเยาวสตรีไทยดีเด่น จำนวน ๑๕ ราย

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ได้จัดนิทรรศการ "๗๐ ปี สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์" ถ่ายทอดบทบาทและภารกิจในการส่งเสริมศักยภาพสตรีไทยทั้งในประเทศและเวทีนานาชาติ ควบคู่กับนิทรรศการเชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่นและเยาวสตรีไทยดีเด่น รวมถึงการสาธิตภูมิปัญญาไทย อาทิ การร้อยมาลัย การแกะสลัก และนาฏศิลป์ไทย

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญของงาน คือ การจัดแสดงผ้าไทยและงานหัตถศิลป์จากภูมิปัญญาท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ อาทิ ผ้าไทยโบราณที่ใช้ในราชสำนัก โดยอาจารย์วีรธรรม ตระกูลเงินไทย ครูศิลป์ของแผ่นดิน ผ้าย้อมสีบัวแดง จังหวัดอุดรธานี ผ้าปาเต๊ะปักลาย จังหวัดระนอง ผ้าไหมแพรวา จังหวัดกาฬสินธุ์ ผลงานออกแบบร่วมสมัยจาก Petch Boutique ชุดผ้าชาวเขาจากห้องเสื้อพิจิตรา และผ้าฝ้ายออร์แกนิกจากญเนศ ไทยดีไซน์ จังหวัดแพร่ รวมถึงชุดเคบาย่า จังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนจากองค์การยูเนสโกเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ ในฐานะ "มรดกวัฒนธรรมร่วม" ของ ๕ ประเทศสมาชิกอาเซียน สะท้อนคุณค่าและความงดงามของมรดกภูมิปัญญาไทยสู่เวทีนานาชาติ

ผู้ร่วมงานยังได้เลือกชมและอุดหนุนผลิตภัณฑ์คัดสรรจากเครือข่ายสตรีทั่วประเทศ ผลิตภัณฑ์ OTOP ระดับ ๔–๕ ดาว ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ร้านโกลเด้น เพลซ และผลิตภัณฑ์ของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ เพื่อร่วมสืบสานภูมิปัญญาไทย สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของสตรีและชุมชน

นางลาลีวรรณ กาญจนจารี กล่าวว่า สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ จะยังคงมุ่งมั่นสืบสานพระราชปณิธานในการส่งเสริมศักยภาพสตรีไทย อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย และสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้สตรีไทยเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า อีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความสนใจ คือ การจัดแสดงผลงานด้านการพัฒนาทักษะอาชีพ การอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทย และการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นจากทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งสะท้อนพระราชปณิธานในการส่งเสริมบทบาทของสตรีไทย โดยรวบรวมองค์ความรู้และงานฝีมืออันทรงคุณค่าไว้ในที่เดียว อาทิ การปักแซว จังหวัดศรีสะเกษ การสาธิตการทอผ้าไหมมัดหมี่พิมาย จังหวัดนครราชสีมา ผ้าทอไทลื้อ จังหวัดเชียงราย เครื่องแต่งกายชนเผ่าเมี่ยน จังหวัดกำแพงเพชร และผ้าบาติกลวดลายร่วมสมัยของกลุ่มบางลางบาติก จังหวัดยะลา ซึ่งสะท้อนการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในยุคปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังมีการนำเสนอผลิตภัณฑ์จากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวทั่วประเทศ และร้าน "ทอฝัน by พม." ซึ่งเป็นผลสำเร็จของการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพให้แก่สตรี ครอบครัว และประชาชนกลุ่มเปราะบาง จนสามารถต่อยอดเป็นอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดงานวันสตรีไทย ประจำปี ๒๕๖๙ เป็นอีกวาระสำคัญที่เปิดโอกาสให้สตรีไทยได้ตระหนักถึงคุณค่า ศักยภาพ และบทบาทของตนเองในฐานะกำลังสำคัญของครอบครัว สังคม และประเทศชาติ พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงและชาย เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ และเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและแสดงศักยภาพอย่างเท่าเทียมในทุกระดับของสังคม พร้อมแสดงความยินดีกับสตรีไทยดีเด่นและเยาวสตรีไทยดีเด่นทุกท่านที่ได้รับการยกย่องในปีนี้

ตลอดการจัดงานเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความปลาบปลื้ม ความภาคภูมิใจ และพลังความร่วมมือขององค์กรสตรีจากทั่วประเทศ ที่พร้อมใจกันสืบสานพระราชปณิธาน ส่งเสริมศักยภาพสตรีไทย อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ตลอดจนร่วมสร้างสังคมไทยที่เข้มแข็ง เท่าเทียม และยั่งยืน

ภาพ/ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์