๑๖๙. สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ เปิดเวทีถอดรหัส “อุ้มบุญข้ามชาติ–พ่อทิพย์” ชวนเปิดมุมกฎหมาย คุ้มครองสิทธิผู้หญิงและเด็ก

กรุงเทพฯ – สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ร่วมกับกรมกิจการเด็กและเยาวชน กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ กำหนดจัดเสวนา “ถอดรหัสวิกฤติ … ‘อุ้มบุญข้ามชาติ’ และ ‘พ่อทิพย์’ เมื่อเด็กและผู้หญิงกลายเป็นเครื่องมือ” ในวันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569 เวลา 13.00–16.30 น. ณ ห้องประชุมสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ โดยมีการถ่ายทอดสดผ่าน Facebook Page สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ

ดร.ลาลีวรรณ กาญจนาจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ กล่าวเปิดการเสวนา ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองต่อประเด็นการอุ้มบุญข้ามชาติ สิทธิของผู้หญิงและเด็ก ตลอดจนข้อกฎหมายและการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ โดยมุ่งสร้างความรู้ ความเข้าใจ และตระหนักถึงการคุ้มครองศักดิ์ศรีและสิทธิของผู้หญิงและเด็กอย่างรอบด้าน

ภายในงานมีการเปิดประเด็นสำคัญ “กฎหมายอุ้มบุญ กับการคุ้มครองสิทธิผู้หญิงและเด็ก” ภายใต้แนวคิด “สัญชาติไทยไม่ควรเป็นสินค้า ร่างกายผู้หญิงไม่ควรเป็นเครื่องมือ และเด็กไม่ควรถูกนำไปหาผลประโยชน์” พร้อมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นจากผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีประสบการณ์จากหลากหลายสาขา
ทั้งด้านกฎหมาย การแพทย์ การคุ้มครองเด็ก การคุ้มครองสตรี และสื่อสารมวลชน วิทยากรประกอบด้วย พญ. พรรณพิมล วิปุลากร นายกสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ, คุณชลีรัตน์ แสงสุวรรณ ผู้ประสานงานมูลนิธิพิทักษ์สตรี, ศ.นพ. เจริญไชย เจียมจรรยา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ ดร. มาร์ค เจริญวงศ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายในคณะกรรมการ, คุณณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ นักข่าว นักแสดง และพิธีก, คุณดวงใจ หทัยกาญจน์ ศิลปิน นักแสดง และคุณแม่อุ้มบุญ คุณชุดาภา จันทรเขตต์ ศิลปิน นักแสดง ผู้กำกับและผู้สร้างละคร และคุณณัฐวดี ณ มโนรม กรรมการในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์

การเสวนาครั้งนี้มี ดร.ณ ฤดี เคียงศิริ ประธานฝ่ายวิชาการและการศึกษา สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ และ นางสาวศิริพร ไชยสุต รองประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ร่วมดำเนินรายการ

ทั้งนี้ การจัดเสวนามุ่งให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูลและมุมมองจากหลายภาคส่วน เพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิทธิของผู้หญิงและเด็ก ตลอดจนร่วมกันพิจารณาแนวทางการคุ้มครองเด็กและผู้หญิงให้สอดคล้องกับหลักกฎหมายและหลักสิทธิมนุษยชน

ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์สภาสมาคมดนตรีแห่งชาติในพระบรมราชูปถัมภ์

๑๖๘. ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ห่วงใยประชาชนประสบอุทกภัย แนะใช้ข้อมูลภาครัฐติดตามสถานการณ์ พร้อมช่องทางขอความช่วยเหลือ

จากสถานการณ์ฝนตกหนักและอุทกภัยในหลายพื้นที่ ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ แสดงความห่วงใยประชาชนที่ได้รับผลกระทบ พร้อมขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมด้านการเดินทางและความปลอดภัยของสมาชิกในครอบครัว โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ

ทั้งนี้ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์น้ำ ฝน และเส้นทางได้ด้วยตนเอง จึงขอรวบรวมช่องทางสำคัญที่สามารถใช้ประโยชน์ได้ ดังนี้

ติดตามสถานการณ์น้ำและฝน
* ThaiWater / คลังข้อมูลน้ำแห่งชาติ https://www.thaiwater.net
ตรวจสอบปริมาณฝน ระดับน้ำ สถานการณ์เขื่อน และข้อมูลคาดการณ์ล่วงหน้า (Thai Water)
* กรมอุตุนิยมวิทยา https://weather.tmd.go.th
ติดตามเรดาร์ฝนและสภาพอากาศ
* GISTDA ติดตามข้อมูลพื้นที่น้ำท่วมจากเทคโนโลยีดาวเทียมและภูมิสารสนเทศ
* Google Flood Hub https://sites.research.google/floods
ใช้ติดตามข้อมูลและการพยากรณ์น้ำท่วมในพื้นที่ต่าง ๆ
* Windy https://www.windy.com
ใช้ดูภาพเรดาร์ฝนและแนวโน้มสภาพอากาศ

ติดตามเส้นทางและสภาพการจราจร
* กรมทางหลวง – ระบบติดตามสถานการณ์ https://hdms.doh.go.th/dashboard
* Longdo Traffic https://traffic.longdo.com
* สำหรับกรุงเทพมหานคร สามารถตรวจสอบภาพ CCTV การจราจร ได้ที่ https://cpudapp.bangkok.go.th/bmatraffic

สำหรับประชาชนในกรุงเทพมหานคร
* ระบบตรวจวัดปริมาณน้ำฝน https://weather.bangkok.go.th/rain
* ระบบตรวจวัดน้ำท่วมถนน https://weather.bangkok.go.th/flood/
* ระบบติดตามอัตราการไหลของคลอง https://weather.bangkok.go.th/KlongMap

สายด่วนสำคัญเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน
* 1784 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ขอความช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุฉุกเฉินด้านสาธารณภัย
* 1669 การแพทย์ฉุกเฉิน
* 1586 กรมทางหลวง สอบถามเส้นทางและการเดินทาง
* 1146 กรมทางหลวงชนบท
* 1129 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
* 1130 การไฟฟ้านครหลวง

ดร.ลาลีวรรณ กล่าวว่า
“ ในช่วงสถานการณ์อุทกภัย การรับรู้ข้อมูลที่ถูกต้องและทันเวลาเป็นสิ่งสำคัญ ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นหลัก หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง และหากสถานการณ์มีแนวโน้มรุนแรง ขอให้ปฏิบัติตามคำแนะนำและคำสั่งของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด พร้อมส่งกำลังใจและความห่วงใยไปยังประชาชนทุกพื้นที่ที่กำลังประสบอุทกภัย ขอให้ทุกคนปลอดภัย และสถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว”

ภาพ/ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์สภาสมาคมดนตรีแห่งชาติในพระบรมราชูปถัมภ์

๑๖๗. สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ร่วมกับ กระทรวง พม. เปิดเวทีสำคัญ

ถอดรหัส “อุ้มบุญข้ามชาติ–พ่อทิพย์”

เปิดมุมกฎหมาย ปกป้องสิทธิผู้หญิงและเด็ก

เมื่อการอุ้มบุญก้าวข้ามพรมแดน
สิทธิของผู้หญิงและเด็กจะได้รับการคุ้มครองอย่างไร?
กฎหมายไทยมีช่องว่างหรือประเด็นใดที่สังคมควรร่วมกันทำความเข้าใจ?

ขอเชิญติดตามการเสวนาเพื่อเปิดมุมมองจากนักกฎหมาย แพทย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการคุ้มครองเด็ก ผู้ปฏิบัติงานด้านสิทธิสตรี ตลอดจนผู้มีประสบการณ์จริง ร่วมแลกเปลี่ยนข้อเท็จจริงและมุมมองเกี่ยวกับ “อุ้มบุญข้ามชาติ” “พ่อทิพย์” สิทธิผู้หญิง และสิทธิเด็ก

• วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2569
• เวลา 13.00–16.00 น.
• รับชมการถ่ายทอดสด (Live)
ทาง Facebook Page สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ

• กดติดตามและรับชม Live ได้ที่.
https://www.facebook.com/ncwt.thaiwomen

ประเด็นสำคัญของการเสวนา
“กฎหมายอุ้มบุญ กับการคุ้มครองสิทธิผู้หญิงและเด็ก”
ภายใต้แนวคิด
“สัญชาติไทยไม่ควรเป็นสินค้า ร่างกายผู้หญิงไม่ควรเป็นเครื่องมือ และเด็กไม่ควรถูกนำไปหาผลประโยชน์”

เวทีนี้มุ่งสร้างความรู้ ความเข้าใจ และความตระหนักเกี่ยวกับกฎหมาย การคุ้มครองสิทธิและศักดิ์ศรีของผู้หญิง รวมถึงการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์ โดยเฉพาะในบริบทของการอุ้มบุญข้ามชาติ

ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองโดย
• พญ.พรรณพิมล วิปุลากร นายกสมาคมส่งเสริมสถานภาพสตรีฯ
• ชลีรัตน์ แสงสุวรรณ ผู้ประสานงานมูลนิธิพิทักษ์สตรี
• ศ.นพ.เจริญไชย เจียมจรรยา กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์
• ดร.มาร์ค เจริญวงศ์ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านกฎหมายในคณะกรรมการฯ
• ณัฐธีร์ โกศลพิศิษฐ์ นักข่าว นักแสดง และพิธีกร
• ดวงใจ หทัยกาญจน์ ศิลปิน นักแสดง และคุณแม่อุ้มบุญ
• ชุดาภา จันทรเขตต์ ศิลปิน นักแสดง ผู้กำกับและผู้สร้างละคร
• ณัฐวดี ณ มโนรม กรรมการในคณะกรรมการคุ้มครองเด็กที่เกิดโดยอาศัยเทคโนโลยีช่วยการเจริญพันธุ์ทางการแพทย์

กล่าวเปิดการเสวนา
ดร.ลาลีวรรณ กาญจนาจารี
ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ

ร่วมดำเนินรายการ
ดร.ณ ฤดี เคียงศิริ
ประธานฝ่ายวิชาการและการศึกษา สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ

ศิริพร ไชยสุต
รองประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ

ร่วมเปิดมุมมอง ทำความเข้าใจกฎหมาย และร่วมกันมองหาทางออก เพื่อให้สิทธิและศักดิ์ศรีของผู้หญิงและเด็กได้รับการคุ้มครองอย่างเหมาะสม

๑๖๖. สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ มอบอุปกรณ์การเรียน ๒๔๐ ชุด ส่งต่อกำลังใจแก่นักเรียน จ.น่าน

วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๔๕ น. ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ลงพื้นที่ โรงเรียนบ้านส้าน (คุรุราษฎร์รังสรรค์) อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือและให้กำลังใจแก่เด็กนักเรียนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

ในโอกาสนี้ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ได้มอบ กระเป๋านักเรียน อุปกรณ์การเรียน และดินสอสี จำนวน ๒๔๐ ชุด เพื่อสนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการศึกษาและการเรียนรู้ ตลอดจนช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของนักเรียนและครอบครัวที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

การมอบอุปกรณ์การเรียนในครั้งนี้ นอกจากเป็นการช่วยเหลือด้านการศึกษาแล้ว ยังเป็นการ ส่งต่อกำลังใจและความห่วงใยแก่เด็กและเยาวชน เพื่อให้สามารถกลับเข้าสู่การเรียนรู้และดำเนินชีวิตประจำวันได้อย่างต่อเนื่อง

ภาพ/ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการบริหาร สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์

๑๖๕. สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ มอบเครื่องครัวแก่กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเฮี้ย จ.น่าน ร่วมฟื้นฟูอาชีพหลังประสบอุทกภัย

วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๓.๐๐ น. ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ลงพื้นที่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านเฮี้ย อำเภอปัว จังหวัดน่าน เพื่อเยี่ยมเยียน ให้กำลังใจ และส่งมอบความช่วยเหลือแก่สมาชิกในชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย

ในโอกาสนี้ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ได้ มอบเครื่องครัวและอุปกรณ์สำหรับประกอบอาหาร เพื่อทดแทนอุปกรณ์ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย และสนับสนุนให้กลุ่มแม่บ้านและสมาชิกวิสาหกิจชุมชนสามารถกลับมาประกอบอาหาร ดำเนินกิจกรรม และสร้างรายได้ให้แก่ครอบครัวและชุมชนได้อีกครั้ง

การให้ความช่วยเหลือครั้งนี้ นอกจากเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนจากอุทกภัยแล้ว ยังมุ่ง สนับสนุนการฟื้นฟูอาชีพและสร้างโอกาสให้สตรีในชุมชนสามารถกลับมาพึ่งพาตนเองได้ สอดคล้องกับภารกิจของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ในการส่งเสริมคุณภาพชีวิตและความมั่นคงทางเศรษฐกิจของสตรีไทย

ภาพ/ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการบริหาร สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์

๑๖๔. สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ มอบเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดน่าน

วันที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. ดร.ลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือและให้กำลังใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัย

ในโอกาสนี้ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ได้ มอบเงินจำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่จังหวัดน่าน โดยมี นายชัยนรงค์ วงศ์ใหญ่ ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน เป็นผู้รับมอบ ณ ศาลากลางจังหวัดน่าน

การลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ในการ ร่วมบรรเทาความเดือดร้อนและส่งต่อกำลังใจแก่ประชาชนผู้ประสบภัย ตลอดจนประสานความร่วมมือกับภาครัฐและเครือข่ายในพื้นที่ เพื่อร่วมฟื้นฟูคุณภาพชีวิตของประชาชนให้สามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้ตามปกติโดยเร็ว

ภาพ/ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการบริหาร สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์

๑๖๓. [ประมวลภาพ] ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ เปิดโครงการ “สานรัก สานสัมพันธ์ สัญจร” จังหวัดอุดรธานี เชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรสมาชิกภาคอีสาน ผนึกพลังสตรีขับเคลื่อนงานเพื่อสังคม

วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๐ น .ณ ห้องอุดรดุษฎีแกรนด์บอลรูม โรงแรมเจริญโฮเต็ล
ภาพ/ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการบริหาร สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์

๑๖๒. ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ เปิดโครงการ “สานรัก สานสัมพันธ์ สัญจร” จังหวัดอุดรธานี เชื่อมโยงเครือข่ายองค์กรสมาชิกภาคอีสาน ผนึกพลังสตรีขับเคลื่อนงานเพื่อสังคม

วันที่ ๒๐ กันยายน ๒๕๖๙ เวลา ๑๔.๐๐ น.ณ ห้องอุดรดุษฎีแกรนด์บอลรูม โรงแรมเจริญโฮเต็ล จังหวัดอุดรธานี ดร.ลาลีวรรณ กาญจนาจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เป็นประธานเปิดโครงการสมาชิกสัมพันธ์ “สานรัก สานสัมพันธ์ สัญจร เยือนองค์กรสมาชิกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” โดยมีนางเบญจมาศ ปริญญาพล ที่ปรึกษาสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ และประธานจัดงาน กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดโครงการ

การจัดงานครั้งนี้มีผู้แทนองค์กรสมาชิกจากจังหวัดต่าง ๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง รวมประมาณ ๒๘๐ คน นับเป็นโอกาสสำคัญในการเชื่อมโยงเครือข่าย เสริมสร้างความสัมพันธ์อันดี ตลอดจนแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการดำเนินงาน เพื่อผนึกพลังองค์กรสตรีในภูมิภาคให้มีความเข้มแข็ง และร่วมกันขับเคลื่อนงานที่เป็นประโยชน์ต่อสตรี ชุมชน และสังคม

ในโอกาสนี้ ดร.ลาลีวรรณฯ ได้กล่าวถึงผลการดำเนินงานที่สำคัญของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ที่ผ่านมา พร้อมนำเสนอนโยบายและทิศทางการดำเนินงานในปีต่อไป โดยมุ่งเสริมสร้างความเข้มแข็งของเครือข่าย และส่งเสริมการทำงานร่วมกับองค์กรสมาชิกอย่างใกล้ชิด จากนั้น ดร.ลาลีวรรณฯ พร้อมด้วย นางสาวอินทิรา สวัสดิ์พาณิชย์ เลขาธิการสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ได้นำเสนอรายละเอียด โครงการ “หนึ่งพลังสตรี สานโอกาสสู่สังคม” ซึ่งเป็นโครงการใหม่ในสมัยที่ ๒๘ โดยชี้แจงแนวคิด วัตถุประสงค์ และแนวทางการเสนอโครงการ เพื่อสร้างความเข้าใจและเตรียมความพร้อมแก่องค์กรสมาชิกในการพัฒนาโครงการให้เหมาะสมกับบริบทและความต้องการของแต่ละพื้นที่ พร้อมเปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และข้อเสนอแนะ เพื่อร่วมกันต่อยอดโครงการให้สามารถสร้างโอกาสและก่อให้เกิดประโยชน์แก่สตรี ชุมชน และสังคมอย่างเป็นรูปธรรม

ภายในงานยังจัดให้มีการเสวนาในหัวข้อ “บทบาทสตรีกับกิจกรรมสาธารณประโยชน์เพื่อสังคม” ดำเนินการเสวนาโดยนางมลสุดา ชำนิประศาสน์ ประธานคณะกรรมการบริหาร โดยมีผู้ร่วมเสวนา ได้แก่ ดร.กฤตติกา แสนโภชน์ นายกสมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติจังหวัดอุดรธานี นางอรทัย ประทุมรัตน์ นายกสมาคมสตรีสกลนคร นางวิรัชดา อินทรแพทย์ นายกสมาคมสตรีอาสาสมัครรักษาดินแดน จังหวัดขอนแก่น และนางทรงลักษณ์ วรภัย นายกสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมสตรีอุบลราชธานีศรีวนาลัย ร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ มุมมอง และแนวทางการดำเนินงานขององค์กรสตรีในพื้นที่ เพื่อส่งเสริมบทบาทของสตรีในการสร้างประโยชน์แก่ชุมชนและสังคม

ในช่วงเย็น ได้จัดงาน “สังสรรค์ สตรีศรีอีสาน” เพื่อกระชับความสัมพันธ์และสร้างความผูกพันระหว่างองค์กรสมาชิก โดยได้รับเกียรติจากผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีกล่าวต้อนรับคณะ พร้อมด้วยการแสดงรำบายศรี พิธีผูกข้อมือเพื่อความเป็นสิริมงคลและแสดงถึงความผูกพัน ตลอดจนการเดินแบบผ้าไทยชุด “ร้อยรัก ถักทอ ฝ้ายขิดไหม รวมใจสวมใส่สืบสานงานศิลป์แผ่นดินทอง” และกิจกรรมสังสรรค์ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งมิตรภาพและความอบอุ่นของเครือข่ายสตรีภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ทั้งนี้ ดร.ลาลีวรรณฯ ได้กล่าวขอบคุณหน่วยงานและองค์กรที่ให้การสนับสนุนการจัดงาน ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี สมาคมแม่ดีเด่นแห่งชาติจังหวัดอุดรธานี สมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมหญิงจังหวัดอุดรธานี สมาคมสตรีนักธุรกิจและวิชาชีพแห่งประเทศไทย อุดรธานี รวมทั้งคณะทำงาน เจ้าหน้าที่ และผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ตลอดจนโรงแรมเจริญโฮเต็ล จังหวัดอุดรธานี ที่ให้การสนับสนุนและอำนวยความสะดวกด้านสถานที่ ส่งผลให้การจัดโครงการเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและบรรลุตามวัตถุประสงค์

โครงการ “สานรัก สานสัมพันธ์ สัญจร เยือนองค์กรสมาชิกภาคตะวันออกเฉียงเหนือ” นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสำคัญของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ในการเชื่อมโยงองค์กรสมาชิก สร้างพื้นที่แห่งการพบปะ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และรับฟังความคิดเห็นจากเครือข่ายในภูมิภาค ตลอดจนเสริมสร้างพลังความร่วมมือขององค์กรสตรี เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจด้านสตรี ชุมชน และสังคมให้เกิดผลอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ภาพ/ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการบริหาร สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์

๑๖๑. กรมสมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯ ทรงเปิดงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ครั้งที่ 28”

วันที่ 9 กันยายน 2569 สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี องค์ประธานมูลนิธิสายใจไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “สานสายใยเพื่อผลิตภัณฑ์สายใจไทย ครั้งที่ 28” ณ Living Hall ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ในการนี้ ดร.ลาลีวรรณ กาญจนาจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ พร้อมด้วยคณะกรรมการอำนวยการและประธานฝ่ายของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ หลายท่าน ร่วมแสดงแบบกิตติมศักดิ์หน้าพระที่นั่ง ในชุด “ใต้ร่มฉัตรรัตนโกสินทร์ 2569” ร่วมกับผู้แสดงแบบกิตติมศักดิ์กว่า 50 ท่าน โดยนำเสนอผ้าไหมพิมพ์ลายฝีมือสมาชิกสายใจไทย

ภายในงานมีการจัดแสดงและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือสมาชิกสายใจไทย อาทิ ผลิตภัณฑ์ผ้า เครื่องหนัง เครื่องแก้ว และงานพู่กันระบายสี รวมถึงอาหารจาก “ครัวสายใจไทย” พร้อมการแสดงดนตรีจากสถาบันการศึกษาต่าง ๆ
ประชาชนสามารถร่วมชมและเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สายใจไทยได้ ระหว่างวันที่ 9–14 กันยายน 2569 เวลา 10.00–20.00 น. ณ Living Hall ชั้น 3 ศูนย์การค้าสยามพารากอน

ภาพ/ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์

๑๖๐. สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ ณ บ้านพระกรุณานิวาสน์ ถนนสุโขทัย เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร โดยมีคณะกรรมการอำนวยการ คณะกรรมการบริหาร องค์กรสมาชิก สมาชิกสมทบ ตลอดจน ดร.เรือนแก้ว กุยยกานนท์ แบรนด์ท และนางสาวสุกัญญา ประจวบเหมาะ อดีตประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ เข้าร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

พิธีเริ่มด้วยการบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และพระภูมิเจ้าที่ เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นประกอบพิธีบำเพ็ญกุศล โดยนิมนต์พระสงฆ์จาก วัดอาวุธวิกสิตาราม มาเจริญพระพุทธมนต์ และบำเพ็ญกุศลอุทิศถวายแด่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวัลลภาเทวี พร้อมอุทิศส่วนกุศลแด่ ท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ผู้ริเริ่มก่อตั้งสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ตลอดจนอุทิศแด่อดีตประธานสภาฯ ผู้ล่วงลับ ก่อนถวายจตุปัจจัย เครื่องไทยธรรม และภัตตาหารแด่พระสงฆ์

ในโอกาสนี้ ดร.ลาลีวรรณ กล่าวว่า สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ ๙ กันยายน ๒๔๙๙ ด้วยเจตนารมณ์ของท่านผู้หญิงละเอียด พิบูลสงคราม ในการรวมพลังสตรีไทย ส่งเสริมบทบาทและศักยภาพของสตรีให้มีส่วนร่วมในการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคมและการพัฒนาประเทศ ตลอดระยะเวลา ๗๐ ปี สภาฯ ได้สืบสานเจตนารมณ์ดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาการดำเนินงานให้สอดคล้องกับบริบทของสังคมและความเปลี่ยนแปลงของโลก

“การพัฒนาสตรีในปัจจุบันต้องมุ่งเสริมสร้างทั้งความรู้ ทักษะอาชีพ ภาวะผู้นำ ตลอดจนการเข้าถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อให้สตรีสามารถพึ่งพาตนเอง มีศักยภาพในการแข่งขัน และมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนสังคมในทุกระดับ”

วาระครบรอบ ๗๐ ปี จึงเป็นทั้งโอกาสแห่งการรำลึกถึงคุณูปการของผู้มีส่วนสำคัญในการก่อกำเนิดและสืบสานองค์กร และเป็นหมุดหมายของการก้าวสู่อนาคต โดยสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ พร้อมรวมพลังองค์กรสมาชิก กว่าสองร้อยองค์กรทั่วประเทศ เพื่อสร้างโอกาส ยกระดับศักยภาพ และส่งเสริมบทบาทของสตรีไทยให้เป็นพลังสำคัญในการพัฒนาครอบครัว ชุมชน สังคม และประเทศชาติอย่างมั่นคงและยั่งยืน

บรรยากาศภายในงานเป็นไปด้วยความอบอุ่น เปี่ยมด้วยความรัก ความสามัคคี และความภาคภูมิใจของคณะกรรมการ องค์กรสมาชิก และเครือข่ายสตรี ที่ได้มาร่วมกันในวาระสำคัญแห่ง ๗ ทศวรรษ พร้อมสืบสานเจตนารมณ์และภารกิจของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ เพื่อสร้างคุณประโยชน์แก่สตรี สังคม และประเทศชาติสืบไป

ข่าว : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ คณะกรรมการบริหาร
สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์